ผิว :Epidermis เกิดขึ้นมาจากด้านนอกของชั้น Epithelial เซลล์เมื่ออยู่ในสภาวะปกติเมื่อเซลล์เสื่อมสภาพจะเกิดเซลล์ใหม่มาทดแทน (Renewal) ส่วนเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชั้นในของ Epithelial เซลล์ รวมทั้งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ ( Connective tissue ) ถูกเรียกว่า Dermis โครงสร้างส่วนใหญ่แป็นเซลล์ fibroblast ซึ่งมีหน้าที่ในการสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นโปรตีนจำเป็นภายใน extra cellular matrix
-
Collagen
-
Elastin
-
Reticulin etc.
ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวมีความสมบูรณ์ส่งผลดีแก่ผิว ในทางกลับกันกระบวนการ senescence คือกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์มีผลเสียหลักๆดังนี้
ดังจะเห็นได้จากการศึกษาของ Schneider, El.et al ในปี 1976 พบว่า ขณะทารกอยู่ในครรภ์ Fibroblast จะมีการ duplicate ประมาณ 50 ครั้งก่อนจะเข้าสู่ระยะ senescence และจะลดลง 10 % ทุกๆ 10 ปี นับตั้งแต่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป ดังกราฟ

|
Senescence คือ อะไร
กระบวนการเสื่อมถอยของเซลล์ Fibroblast เนื่องมาจาก Telomere หดสั้นลงในทุกครั้งที่มีการแบ่งเซลล์ (Cell Division) เซลล์ที่ได้จากการแบ่งตัวออกมาจึงขาดความสมบูรณ์ไม่สามารถกระทำกิจกรรมต่างๆให้เป็นไปอย่างปกติได้จึงนำไปสู่ความเสื่อมของเซลล์ผิว ( Aging )
- เกิดขึ้นได้อย่างไร Telomere vs Senescence เกี่ยวข้องกันอย่างไร
Telomere คือส่วนปลายสุดของโครมโมโซมมีลักษณะพับซ้อนกัน 2 ทบ บรรจุด้วยลำดับเบส 5'-TTAGGG-3' ซ้ำไปซ้ำมา ประมาณ 15,000-20,000 นิวคลีโอไทด์ Telomere จะกุมความลับของกลไกต่างๆที่จะทำให้โครโมโซมและการแบ่งเซลล์ดำเนินไปอย่างราบรื่นให้ได้มาซึ่งเซลล์ที่สมบูรณ์ (สเถียร) แต่เมื่ออายุเรามากขึ้น Telomere จะหดสั้นลงในทุกครั้งที่มีการแบ่งเซลล์ และทำให้สูญเสียลำดับเบสไป เซลล์จึงเข้าสู่ Senescence Aging นั่นเอง
|
จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ความอ่อนเยาว์คืนมา ?
- เมื่อหดสั้นได้ก็ย่อมขยายให้ยาวได้ โดยจะมี Telomerase: Ribonucleic protein complex enzyme ซึ่งเป็นเอนไซม์พิเศษ สามารถเปลี่ยน DNA ให้เป็น RNA และจาก RNA ไปเป็น DNA ได้ โดยจะจดจำตำแหน่ง G-rich เป็น single-stand (Telomere Primer) และพร้อมกันนั้นก็สังเคราะห์ลำดับคู่เบสบน RNA Template ไปด้วย
BOTANY AND CHEMISTRY
พืชใน Genus Scutellaria มีความหลากหลายถึง 350 สปีชีส์ กระจายอยู่ทั่วตั้งแต่ Siberia, South-North America, Japan , Europe, Asia ซึ่งชนพื้นเมืองแต่ละท้องถิ่นนำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางแตกต่างกันไป ส่วนมากจะใช้ในการบรรเทาและรักษาโรคหรืออาการผิดปกติตามร่างกายต่างๆ
2007 Han, J. et al กล่าวว่าสารเคมีสำคัญภายในพืช Scutellaria baicalensis อุดมไปด้วยสาร Flavoniods จำแนกได้ถึง 26 ชนิด เป็น
C- Glycoside 5 ชนิด O- Glycoside 12 ชนิด และอีก 9 ชนิดที่เหลือ เป็น aglycones หลังจากที่เราหยิบพืชตัวนี้มาทำการค้นคว้าด้วยการทดลองอันทันสมัยและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงระดับ DNA โดย Provital S.A. จึงได้เป็น VITASOURCE TM |
IN VITRO INNOVATIVE MECHANISM |
จุดประสงค์ของการศึกษาคือ ต้องการหาสิ่งที่มาจากธรรมชาติที่สามารถชักนำให้เกิด Gene Expression of Human Telomerase (TERT)
การศึกษาทดลองแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน
Stage 1. Prepareation of an In Vitro Cellular model to Identify triggers of the telomerase gene promoter (TERT)
เป็นที่ทราบกันดีว่าภายใน Telomerase จะมี gene promoter ซึ่งมีส่วนร่วมอยู่ในปฏิกริยา trarnscription ของ Telomerase เราจะใช้ Trichostatin A (TSA) ในการบ่งชี้ และแยกส่วนของ promoter fragment ออกมาจาก Human Fibroblast:1BR3G ด้วยวิธี PCR จากนั้นจะถูกนำไป Subclone ใน Luciferase reporter vector pGL3 (TERT-LUC reporter) สามารถตรวจสอบได้โดย luminescence emitted จากกราฟ (Fig.9) TB-38 TB-39 จึงถูกนำมาศึกษาต่อในขั้นตอนที่ 2 |
 |
Step 2. Screening
คัดเลือกพืช 42 ชนิด ที่มีเคมีสารภายในแตกต่างกันไปเพื่อต้องการทราบถึงความสามารถของสารออกฤทธิ์แต่ละชนิดว่ามีผลต่อการส่งเสริมการสร้าง Telomerase ภายใน Human Fibroblast หรือไม่ ใช้ TSA เป็น Positive test (ตัวเปรียบเทียบ)
|
ผล วิธีการคัดกรอง (Screening) เพื่อคัดเลือกพืชตามประสิทธิภาพให้ผลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก และเราก็ได้พืช 5 ชนิดที่มีรายงานออกมาว่ามีผลส่งเสริมการสร้าง hTERT ใน Fibroblast มนุษย์ ดังกราฟ (Fig.10)
|
Step 3 . Validation of screening results Action mechanism
พืช 5 ชนิดที่ให้ผลบวกจากการทดลองข้างต้น นำมาศึกษาต่อ

ผล จากกราฟพืชทุกชนิดให้ผล TERT promoter activity ที่เพิ่มขึ้นในเซลล์ IMR-90 มีเพียง EPV-34 เท่านั้นที่ไม่ต่อยอดจากเดิม และ EPV-18 ให้ผลเพิ่มขึ้นมากที่สุด |
| Step 4. Action on the expression of endogenous TERT
เพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงศักยภาพของเคมีสารของพืชดังกล่าวว่ามีผลต่อการชักนำ TERT gene expression ใช้
- วิธี semi-quantitative RT-PCR ในการวิเคราะห์
- Primer เฉพาะเจาะจงสำหรับ TERT Human mRNA
- ใช้ Untreated HT-29 ในการเปรียบเทียบที่ระดับปกติ (Control)
ผล 3 ใน 4 ของพืชแสดงผลเป็นลบ มีเพียง EPV-18 เท่านั้นที่มีผลต่อ TERT gene expression ดังนั้น Provital S.A. จึงนำ EPV-18 มา สกัดเพียงส่วนที่มีคุณสมบัติชักนำให้เกิดการสังเคราะห์ TERT endogenous telomerase ใน primary human fibroblast และต่อต้านการเกิด Senescence
จึงได้เป็น “ VITASOURCE TM” |
|
|
In Vivo Efficacy Results
Vitasource TM มีผลต่อการเพิ่มของ Telomerase ภายใน Fibroblast มนุษย์อย่างชัดเจน ดังการทดลองให้ IMR-90 ได้รับ 3 m M Vitasource TM นับจำนวนครั้งที่เกิดการ Duplication จากจำนวนเซลล์ทั้งหมดที่ได้ตลอดการทดลองจนถึงระยะ Senescence เปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่ได้รับ Vitasource TM พบว่าในขณะที่เซลล์ที่ไม่ได้รับ Vitasource TM เข้าสู่ระยะ Senescence เซลล์ที่ได้รับกลับยังคงมีความสามารถในการแบ่งเซลล์ได้อีก ดังกราฟ
จากการทดลอง แสดงให้เห็นว่า Vitasource TM ชะลอมิให้ผิวเข้าสู่ระยะ Senescence และเพิ่มกระบวนการจำลองตัวเอง (Duplication) มากกว่าที่ไม่ได้รับ Vitasource ถึง 10 % เมื่อเรานำมาใช้กับผิวก็จะให้ผลเช่นเดียวกัน
การคืนสู่วัยเยาว์ของผิวโดย Vitasource เปรียบเสมือนกลับไปสู่ความอ่อนเยาว์ 10 ปี one decade younger (Schneider, EL. Et al., 1976) |
In VIVO Efficacy
จุดประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้เพื่อต้องการทราบถึงผลของ Vitasource ที่มีต่อการกลับคืนสู่วัยเยาว์ของผิวของอาสาสมัคร
ให้อาสาสมัคร 20 คน อายุ 35-45 ปี แขนด้านหนึ่งให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มี 1.5 % Vitasource อีกด้านหนึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารสำคัญใดๆ วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลานาน 56 วัน ศึกษา 1. การเรียงตัวอย่างของเนื้อเยื่อผิว :Skin microrelief evaluation (fringe projection)
2. ความยืดหยุ่น-การกลับคืนสู่สภาพเดิมของผิว :Skin elasticity (Cutometer 575 ® )
การเรียงตัวอย่างของเนื้อเยื่อผิว :Skin microrelief evaluation (fringe projection)
แสดงสภาพพื้นผิวในรูปแบบ3มิติหรือที่เรียกว่า fringe projection ด้วยเครื่อง Variotop optical system ( EoTech , France ) ใช้โปรแกรม Variotop optical software ( EoTech , France ) และใช้ Toposurf system ในการวิเคราะห์


ความยืดหยุ่น-การกลับคืนสู่สภาพเดิมของผิว :Skin elasticity (Cutometer 575 ® ) |
| |
ใช้เครื่อง Cutometer 575 ® ที่แรงสุญญากาศ 300 mbar กับพื้นผิววัดระยะที่ผิวสูงขึ้นจากเดิมผิวที่มีลักษณะต้านทานกับแรงสุญญากาศให้ค่าเป็น Uf, Uv และความสามารถในการกลับคืนสู่สภาพเดิมให้ค่าเป็น Ur , Ue ดังภาพ 18
|
|
|
|
จากกราฟค่าความแน่นเนื้อ (Firmness) Uf, Uv เพิ่มขึ้น 10.9 % และ 12.5% ตามลำดับ ค่าความยืดหยุ่น Ur, Ue เพิ่มขึ้น 1.04 % และ 12.4 % ตามลำดับ โดยรวมค่าต่างเพิ่มขึ้นจากกลุ่มที่ไม่ได้รับ VITASOURCE TM ถึง 10 % |
ผลลัพธ์ต่างๆแสดงให้เห็นแล้วว่า VITASOURCE TM สามารถนำมาประยุกต์ใช้ใน

ด้วยความเข้มข้นเพียง 1-5 %
Toxicological Profile
ทำการทดลองในเซลล์ Fibroblast ของหนูทดลอง (NIH-3T3) ให้ได้รับ Vitasource ให้ผลเป็นลบ และนี่สามารถยืนยันถึงความปลอดภัยในการใช้ Vitasource ได้เป็นอย่างดี |