หน้าแรกน้ำหอมActive

ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกต้อง 3

ข้อสี่ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนกันที่บอก
ให้ดื่มวันละ 8-10 แก้วเนี่ยจะแบ่งกิน
ช่ ว ง ไ ห น ร ะ ห ว่ า ง วั น บ้ า ง ล ะ ใ ค ร ที่ ช อ บ ท า น ข้ า ว ไ ป
จิบน้ำไปประมาณว่ากินข้าวเสร็จหมดน้ำไปสองแก้วข้อนี้ผมจัดเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวงที่สุดเลยครับเป็นการกินน้ำที่ผิดที่สุดครับ
คนเรามักทำอะไรเพลินเสียจนลืมทานน้ำพอถึงเวลาว่างซึ่งมักจะเป็นเวลาทานข้าวเขาบอกว่าให้ทานน้ำเยอะก็ทานรวดเดียวไปเลยผิดแบบไม่น่าให้
อภัยเลยครับเพราะช่วงเวลาที่ทานข้าวนั้นร่างกายจำเป็นต้องอาศัยน้ำย่อยในการย่อยอาหารเมื่อคุณกินน้ำเข้าไปเยอะๆแล้วน้ำย่อยก็จะเจือจางก็
เข้าสู่ระบบเดียวกับการกินของเย็นคืออาหารไม่ย่อย หมักหมมพิษถูกดูดเข้าเส้นเลือดเพราะฉะนั้นที่คุณควรทำคือตอนเช้าตื่นมาดื่มน้ำก่อนเลยครับ
2-5 แก้วเพื่อขับพิษออกจากร่างกายทางอุจจาระปัสสาวะที่ให้ดื่มทันทีเพื่อให้มีระยะเวลาห่างจากอาหารเช้าพอสมควรก่อนอาหาร 15 นาทีระหว่าง
ทานอาหารและหลังอาหาร 40 นาทีทานน้ำได้ไม่เกินครึ่งแก้วครับในที่นี้หมายรวมถึงซุปน้ำแกงและของเหลวทุกประเภทนะครับและอย่าดื่มน้ำครั้ง
ละมากๆให้จิบครั้งละ 2-3 อึกแต่จิบถี่ๆหาขวดน้ำแก้วน้ำมาวางไว้ข้างตัวจิบไปทั้งวันครับถ้ากินน้ำครั้งละมากๆผลก็คือร่างกายยังไม่ทันได้ดูดซึมก็
ไหลรวดเดียวปัสสาวะออกไปหมดแล้วอย่างนี้ดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ยังหิวน้ำครับเหมือนน้ำป่ามาครั้งเดียวทะลักล้นเขื่อนออกไปหมด แล้วจะเอาอะไร
กักเก็บไว้ในเขื่อนละครับเหมือนทำยากแต่จริงๆแล้วพอเริ่มทำมันก็ไม่ยากอะไรครับผมแต่ก่อนทานน้ำ 2-3 แก้วพร้อมทานข้าวด้วยเหตุผลสารพัดที่
เข้าใจผิดเช่น ควรกินข้าวพออิ่มและทานน้ำเพื่อให้อิ่มจริงหรือกินล้างปากสักหน่อย (กินกันเป็นแก้วล้างปากเนี่ยนะ)หรือต้องสั่งชอคโกแลตปั่นใส่วิป
ครีมมากินกินแล้วหวานมันเย็นอร่อยแต่ส่งผลเสียต่อกระเพาะโดยไม่รู้ตัวเบียร์ก็อีกตัวครับสังสรรค์กันทีกินเข้าไปสิกี่ขวดว่ากันไปทุกวันนี้เลิกครับได้
ข้อดีอีกอย่างคือไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะมันควรกินแกล้มอาหาร เลยได้เลิกเหล้าเลิกเบียร์กันไปแต่ก่อนหลังทานข้าว
เสร็จผมจะเรอตลอดท้องอืดมากก็งงหรือว่าเรากินเยอะไปแต่บางทีกินไม่เยอะก็เรอตลอดเสียบุคลิกมากพอมารู้ตรงนี้ถึงได้ถึงบางอ้อ กินน้ำเยอะ
อย่างนี้แล้วอาหารจะย่อยยังไงมันก็เลยเกิดลมเกิดแก๊สซิพอเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำใหม่อาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ
ที่มา: http://www.herbdd.com/HealthDD/water.html